สิ่งมีชีวิตคืออะไร อาจกล่าวได้ว่าสิ่งมีชีวิต เป็นสภาวะของพืชและสัตว์ที่มีส่วนประกอบมาจากอินทรีย์สาร และจากสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว ในทางตรงกันข้ามสิ่งไม่มีชีวิตคือพวกอนินทรียสารต่างๆหรือ เป็นซากวัตถุที่ได้มาจากสิ่งที่เคยมีชีวิตมาก่อน เมื่อพูดถึงสิ่งมีชีวิตมักจะพูดถึงสมบัติทั้งในด้านโครงสร้างและการทำงาน
โครงสร้างของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตจะมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันอย่างไม่มีขอบเขต แต่ก็มีสมบัติร่วมกัน ทั้งทางโครงสร้างและหน้าที่ ถ้าไม่คำนึงถึงขนาดและรูปร่างลักษณะแล้ว สิ่งมีชีวิตทุกชนิด (ยกเว้นไวรัส) ต่างก็ประกอบด้วยหน่วยชีวิตที่เรียกว่าเซลล์ (CELL) ซึ่งอาจมีจำนวนเป็นหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งหน่วยก็ได้ นอกจากนี้ถึงแม้เซลล์จะมีรูปร่างที่แตกต่างกันแต่ก็มีส่วนประกอบทางเคมีและโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกัน สิ่งมีชีวิตแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆได้แก่ 1. สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว (UNICELLULAR ORGANISM) 2. สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ (MULTICELLULAR ORGANISM) สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวมี 2 ระดับ ได้แก่ ระดับเซลล์ (CELL LEVEL) และระดับกลุ่ม (COLONY LEVEL) สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ มี 3 ระดับ ได้แก่ระดับเนื้อเยื่อ (TISSUE LEVEL) ระดับอวัยวะ (ORGAN LEVEL) และระดับระบบอวัยวะ (ORGAN SYSTEM LEVEL) กลุ่มของเซลล์เหมือนกันทำหน้าที่อย่างเดียวกันเรียก เนื้อเยื่อ (TISSUE) เนื้อเยื่อหลายอย่างทำหน้าที่อย่างเดียวกันเรียก อวัยวะ (ORGAN)
หน้าที่ของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องมีขบวนการทางชีวเคมี ต้องการสารอาหารและพลังงานและการกำจัดของเสีย การสร้างและซ่อมแซมหน้าที่ ที่จะรักษาตัวเองให้คงอยู่ได้ อาจจัดเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภท 1. เมแทบอลิซึม (METABOLISM) เป็นกระบวนการที่ถูกควบคุมโดยสารพันธุกรรมของเซลล์ ที่เรียกว่า ดี เอ็น เอ หรือ จีน ซึ่งมีหน้าที่เป็นรหัสควบคุมลักษณะต่างๆของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งถ่ายทอดทางพันธุกรรม ยังควบคุมหน้าที่ต่างๆ เช่น การเจริญเติบโต เมแทบอลิซึม มีหน้าที่สำคัญย่อยๆ ได้ลักษณะอีก 3 อย่าง ได้แก่ โภชนาการ การหายใจ และการสังเคราะห์ 1.1 โภชนาการ เป็นขบวนการจัดหาวัตถุดิบของสิ่งมีชีวิตที่ทำอย่างต่อเนื่อง วัตถุดิบของโภชนาการได้แก่ สารอาหาร (NUTRIENT) ซึ่งได้จากสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและชีวภาพ 1.2 การหายใจ เป็นกระบวนการที่สารอาหารซึ่งมีพลังงานเคมี เปลี่ยนเป็นพลังงานในรูปที่ใช้ประโยชน์ได้ในกระบวนการหายใจ การหายใจเป็นกระบวนการสร้างพลังงานที่ทำให้หน้าที่ต่างๆดำเนินไปได้ 1.3 การสังเคราะห์ เป็นขบวนการใช้สารสร้างโครงสร้างใหม่ และต้องใช้พลังงานจากการหายใจ การหายใจทำให้การสังเคราะห์ดำเนินไปได้
2. การสืบพันธุ์ (REPRODUCTION) การสืบพันธุ์เป็นการให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตตัวใหม่หรือต้นใหม่ จากสิ่งมีชีวิตตัวเดิมหรือต้นเดิมที่มีอยู่ก่อน การสืบพันธุ์เป็นการทดแทนความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ดังนั้น ชั่วอายุของสิ่งมีชีวิตหนึ่งๆ ต่ออีกชั่วอายุหนึ่งๆได้โดยการสืบพันธุ์นั่นเอง
3. การปรับตัว (ADAPTATION) สิ่งมีชีวิตมีการปรับตัว เพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่จะดำรงอยู่ สิ่งมีชีวิตมีการปรับตัวเพื่อเหตุผล 3 ประการด้วยกัน คือ 3.1 มีการปรับตัวเพื่อการอยู่รอด หลบหลีกศัตรู 3.2 มีการปรับตัวเพื่อหาอาหาร 3.3 มีการปรับตัวเพื่อการสืบพันธุ์
ระบบชีวิต คือ อะไร กล่าวได้ว่าการมีชีวิตพื้นฐาน คือโครงสร้างใดๆซึ่งมีเมแทบอลิซึม และการรักษาตัวเองได้จะมีชีวิตอยู่ได้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าขบวนการรักษาตัวเองให้คงอยู่เป็นหน้าที่ของเมแทลิซึมโภชนาการ การหายใจ การสังเคราะห์ การสืบพันธุ์ และการปรับตัวนั่นเอง ความหมายของระบบชีวิต คือรูปแบบถาวรของสสาร เมื่อสิ่งมีชีวิตตายไปจะมีการย่อยสลาย (DECOMPOSE) (การย่อยสลาย คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโมเลกุลของสารอินทรีย์จากโมเลกุลใหญ่ให้เป็นโมเลกุลเล็กๆ หลายๆ โมเลกุล โดยเห็ดรา และแบคทีเรียบางชนิด) สิ่งไม่มีชีวิตมีเมแทลิซึมและการรักษาตัวเองให้คงอยู่ไม่ถูกทำลายและได้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตขึ้นกับหน้าที่ไม่ใช่โครงสร้าง สิ่งที่มีโครงสร้งอาจเป็นสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตก็ได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น